Home ข้อคิด 12สัญญาณรักเริ่มร้าว อีกไม่นานก็ถึงเวลาได้เลิกกัน

12สัญญาณรักเริ่มร้าว อีกไม่นานก็ถึงเวลาได้เลิกกัน

”เราเลิกกันเถอะ!” คู่รักบางคู่อาจเอ่ยคำนี้ออกมานับร้อยครั้ง แต่ครั้งไหนบ้าง

ที่เธอหมายความตามที่พูดจริงๆ จากครั้งแรกที่อาจไม่คิดอะไร เมื่อต้องเจอ

กับเรื่องทะเลาะตะโกนด่าทอ ไม่เข้าใจกัน ทัศนคติเข้ากันไม่ได้ ซ้ำซากก็เริ่ม

เกิดรอยร้าว สัญญาณต่างๆในชีวิตคู่ ทำให้เห็นชัดเจนว่า เธอและเขาไปกันไม่รอด

และต้องถึงวัน‘เลิกรา’อย่างแน่นอน เออท้านัก เลิกจริงๆเลยแล้วกัน

มีเหตุผลมากมาย ที่คนสองคนจะเลิกกัน แต่ไม่ใช่ทุกคน ที่เห็น‘ญาณล่วงหน้า’

ว่าไปกันไม่รอดชัวร์ๆ รู้ตัวอีกทีก็เลิกกันแล้ว ถ้าเธอแน่ใจว่า ชิวิตคู่เริ่มง่อนแง่น

บทความนี้อาจเป็นตัวช่วยที่ดี เช็คว่าคู่ของเธอมีอาการ 1 ใน 12 ข้อนี้ หรือไม่(หรือครบทุกข้อ)

เพื่อหาหนทางแก้ไข ประคับประคอง ให้จับมือกันต่อไปได้ค่ะ

ถ้าเตรียมตัว เตรียมใจ พร้อมแล้วก็เลื่อนลงมาอ่า นเลย!

1.หงุดหงิดแฟนแม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

เมื่อก่อนแฟนทำอะไร ก็ดู‘ดีงาม’ไปซะหมด ท่วงท่าในการเดิน การเขียนหนังสือ

การขยับนิ้วมือ ไปมาของเขา แค่เห็นก็ทรมานใจสุดๆ อะไรจะหล่อจะเท่ขนาดนี้

แต่ปัจจุบัน…แค่ได้ยินเสียงลมหายใจ ฟืดฟาดของเขา ก็หงุดหงิดได้อีก ไปให้พ้นๆ

สายตาได้ไหม ไม่สิ ไปให้พ้นจากชีวิตน่าจะดีกว่า (แฟนได้ยินรีบไปผูกคอใต้ต้นถั่วงอกรัวๆ)

แค่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เธอก็แทบจะสะอิดสะเอียน ผดผื่นคัน จนต้องบอกให้เขา‘ไปให้ไกลๆ’

เป็นไปได้ว่า เธอไม่รู้สึกว่า เขา‘มีเสน่ห์’อีกต่อไปแล้ว แต่กลายเป็นสิ่งน่ารำคาญอย่างหนึ่ง

และนี่แหละจะนำไปสู่การเลิกรา

2.คุยเมื่อไหร่ทะเลาะทุกที

เมื่ิอก่อนน่ะเหรอ….เธออย ากอยู่กับแฟน ‘ตลอดเวลา’24ชั่ ว โมง ยังไงก็ไอเลิฟยู

ขอตามติดไปทั่วทุกที่ คุยกันได้ทุกเรื่อง คุยจนหลับ แล้วตื่นขึ้นมาคุยอีก ก็ไม่เบื่อ

ขอให้ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว!แต่ตอนนี้ ไม่มีอะไรจะคุยด้วยสักนิด ไม่อย ากเล่าอะไรให้ฟัง

ทั้งนั้น แค่ขยับปากยังขี้เกียจเลย! พอเขาอย ากคุย เธอก็เริ่มหงุดหงิด ถ้าไม่ทำเงียบๆ

ก็หาเรื่องพูดให้เขาอารมณ์เสีย ในที่สุดก็ทะเลาะกันจนได้ ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ

แปลว่าเธอไม่อย ากมีเขาอยู่ในความสัมพันธ์แล้ว เตรียมรอวันเลิกได้เลย

3.เถียงกันจากเรื่องเล็กๆจนบานปลาย

มันอาจจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น ‘วันนี้ใครจะล้างจาน’,‘วันนี้ใครจะจ่ายค่าไอติม’

แต่ไม่มีใครยอม อีกฝ่ายจนบานปลาย ทะเลาะกันใหญ่โต ลามไปถึงลักษณะนิสัย

พฤติ กรร มไม่ดีที่ผ่านมา ตั้งแต่ชาติที่แล้ว แล้วสรุปด้วยคำว่า ‘เป็นอย่างนี้ไงถึงอย า กเลิก!’

บางคู่อาจเก็บอารมณ์ ถ้าอยู่นอกสถานที่ แต่พออยู่ในบ้านเท่านั้นแหละ ใส่ไม่ยั้ง!ทั้งตะโกน

กรีดร้องเขวี้ยงปาข้าวของ ร้องไห้เสียงดัง จนข้างบ้านคิดว่ามีการฆ าตก รรม

ตอนนี้การทะเลาะห่างจากประเด็นหลักไปไกลแล้ว ถ้าอย ากให้จบเธอต้องเลือกระหว่าง

‘ขอโทษ’หรือ‘ทำเงียบแล้วปล่อยไป ’แต่ถ้าอย ากเลิกก็ทำตรงกันข้ามเท่านั้นเอง!

4.ใช้เวลาห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

จากที่เคยตัวติดกัน เป็นตังเม ก็เริ่มมีปัญหาชีวิต/ภาระหน้าที่/วิถีชีวิตไม่ตรงกัน

ทำให้ใช้เวลาห่างกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงห่างกันบ้าง เป็นเรื่องดี เพราะทำให้แต่ละฝ่าย

ได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เว้นระยะ ให้คิดถึงกันบ้าง แต่ถ้าในใจของเธอ กลับไม่อย ากเห็น

อย ากคุยกับแฟน ติดต่อกันนานๆ เป็นไปได้ว่า เธอสบายใจกว่า ถ้าเขาไม่มายุ่งกับเธอค่ะ!

วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ คือถ้าเธอรู้สึกว่า การนัดเจอ นัดเดทกับแฟน เป็น‘หน้าที่’

ที่ต้องทำ ไม่ใช่สิ่งที่ทำตามความรู้สึกหรือหัวใจ

แปลว่าเธอกำลังเบื่อ และอาจไปหาคนใหม่ ที่ตื่นเต้นกว่าได้ทุกเมื่อ

ถ้ายังไม่อย ากปล่อยมือแฟน ก็ต้องจับเข่าคุยกันแล้วล่ะ ว่าสาเหตุที่ทำ

ให้เธอเบื่อคืออะไรแล้วแก้ไขมันซะ!

5.อยู่ห่างแฟนแล้วรู้สึกสบายใจกว่า

เธอเริ่มมีความรู้สึกว่า เธอต้องใส่‘หน้ากาก’ ยิ้มแย้ม สดใสร่าเริงตลอดเวลา

ที่อยู่กับแฟน เพราะต้องคอยซ่อนความรู้สึกจริงๆ เอาไว้นั่นเอง เธอไม่อย ากทะเลาะ

มีเรื่องหรือปิดบังความลับบางอย่างไว้ อันที่จริงอยู่กับคนแปลกหน้า อาจสบายใจกว่าด้วยซ้ำ

จำไว้ว่าอย ากมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อน กับอย ากอยู่เป็นโสดนั้นต่างกัน คนเราต้องมีระยะห่างบ้าง

เป็นเรื่องปกติแต่ในที่สุดก็กลับมาหาแฟน แต่ถ้าอย ากอยู่เป็นโสด คือเธอไม่มีเขา

ในหัวใจอีกแล้ว อย ากตัดขาดว่าอย่างนั้นเถอะ ถ้าเริ่มอึดอัดกับสภาพที่เป็นอยู่

แปลว่าเธอไม่อย ากใช้สถานะ‘แฟน’กับเขาแล้วล่ะค่ะ

6.คิดถึงแต่ด้านลบของแฟนเวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

แทนที่จะคิดถึง อย ากให้เขามาอยู่ด้วย ตอนที่ห่างกัน เธอกลับคิดถึงมุมแย่ๆ แง่ร้า ยแง่ลบ

สิ่งน่ารำคาญทุกเรื่อง ที่แฟนหนุ่มทำ ถ้าเวลาเดียวที่เธอเลิกคิดเรื่องแย่ๆ

คือตอนเขาเอาใจเธอ แปลว่าเธอเห็นค่าของแฟน แค่ตอนที่เขาทำดีกับเธอ แค่นั้นเอง

มีคำหนึ่งกล่าวว่า ‘ถ้าเธออย ากรู้ว่า หัวใจตัวเองอยู่ที่ไหน คนแรกที่เธอนึกถึงก็คนนั้นแหละ’

และถ้าในห้วงคำนึงนั้น ไม่มีแฟนหนุ่มของตัวเองอยู่เลย ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่

เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

7.เธอเอาแต่คิดว่า“ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง”

“ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง ฉันจะเรียนได้เกรดดีมากขึ้นไหม ทำงานแล้วได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นหรือเปล่า

หรืออาจจะมีเวลาทำงานอดิเรก ที่ชอบมากขึ้นอืม…แล้วถ้าฉันเปลี่ยนแฟนล่ะ

จะมีความสุขมากขึ้นหรือเปล่านะ” ถ้าเธอมีความคิดแบบนี้ วนเวียนในสมอง

จากนานๆที กลับบ่อยครั้งขึ้น เรื่อยๆแปลว่า เธออย ากมีชีวิตใหม่

และแน่นอน ไม่มีแฟนของเธอรวมอยู่ในนั้นด้วยอีกต่อไปแล้ว

8.เริ่มวิพากษ์วิจารณ์หาข้อเสียของแฟนมากขึ้นเรื่อยๆ

เจอแฟนทีไร ขอให้ได้บ่นว่า ขุดคุ้ยวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสียต่างๆนานา

‘เธอน่าจะทำได้ดีกว่านี้’,‘ทำไมหาเงิ นได้แค่นี้เองล่ะ’ อย ากให้เขาหล่อขึ้น

มีชื่อเสียงมากขึ้น รวยขึ้นมีความคิดมากขึ้น เพราะตอนนี้มองยังไง

ก็ไม่ได้ดั่งใจเธอสักอย่าง มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์สุดๆ ถ้าเธอเป็นแบบนี้.แปลว่า

เธอไม่ได้มองเขาในฐานะ‘คนรัก’แล้ว แต่มองในฐานะ‘สินค้าที่ต้องปรับปรุง’

ผู้ชายที่โดนพูดกรอกหูว่า ตัวเองต่ำต้อย ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นานวันความอดทน

ก็จะหมดลง เขาจะเริ่มไม่พอใจและหันมาวิจารณ์เธอบ้าง ในที่สุดก็ทะเลาะและเลิกราค่ะ

9.เธอกับแฟนไม่รู้สึกสนิทกันอีกต่อไปแล้ว

เมื่อแรกคบ ก็ตัวติดกันตลอด ปล่อยมือกันเกินสองนาทีไม่ได้ ต้องจับมือกันเดินไปนั่นนี่ตลอด

แต่ตอนนี้อย่ามาจับนะ ร้อนเปื้อนเหงื่อ!สำหรับคู่แต่งงาน ก็ละเลยเรื่องบนเตียงไปโดยปริย าย

เพราะรู้สึกกระดาก และแปลกๆที่ต้องมาสัมผัสร่างกายกัน ก็แค่หอมแก้ม กอดยังไม่อย ากทำเลยนี่นา

อาการแบบนี้อธิบายได้สั้นๆว่า“ ไม่รู้สึกสนิทสนมด้วยแล้ว” ไม่มีอารมณ์จะทำอะไร

น่ารักมุ้งมิ้งด้วยกันอีกต่อไป แค่จะยื่นมือไปสัมผัส ก็รังเกียจ ถ้าเธอกำลังเจอเหตุการณ์นี้ .

รีบหาต้นตอและแก้ไขโดยด่วน ก่อนจะสายเกินไปค่ะ!

10.เริ่มคิดถึง‘การเลิกรา’(หรืออาจวางแผนจะเลิกแล้ว)

‘ห่างกันสักพัก’อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ที่คลอนแคลนดีขึ้น เพราะได้เวลากลับไป

คิดทบทวนสิ่งที่ผ่านมา และอาจกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง แต่มันก็คือดาบสองคม

ถ้าไม่กลับมาคืนดี แล้วรักกันมากกว่าเดิม ก็เลิกกันไปเลย! ซึ่งคู่รักหลายคู่

ก็ใช้เหตุผลนี้เป็นการบอกเลิกอย่างเนียนๆนั่นแหละค่ะ

ลองสังเกตตัวเองว่าเมื่อใช้สถานะ ‘ห่าง’ กับแฟนแล้วรู้สึกมีความสุขเป็นอิสระมากขึ้นไหม

ถ้าใช่ก็ส่อสัญญาณกลายๆว่า ต่อไปต้องเลิกกันแน่นอน

11.ขุดความผิดของแฟนมาพูดซ้ำๆ ในการทะเลาะทุกครั้ง

นี่ถือเป็นนิสัยที่ไม่ดีเลย! เวลาทะเลาะต้องคอยขุดความผิดของแฟนมา พูดซ้ำซาก

บางอย่างจบไปตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลืม ขอให้ได้พูด ได้เถียงแล้วชนะ

เธอก็สะใจแล้ว แต่ไม่สนใจความรู้สึกของฝ่ายตรงข้ามแม้แต่นิดเดียว

เธออาจรู้สึกดีแต่ฝ่ายตรงข้าม จะถูกย้ำเตือนเสมอว่า ไม่ว่าจะขอโทษ

ในความผิดที่ทำสักแค่ไหน เธอก็ไม่เคยให้อภัยเขาเลย! แสดงถึงนิสัยยึดติด

และอาฆ าตมาดร้ ายแน่ล่ะ ไม่มีใครชอบผู้หญิงแบบนี้หรอก…จุดจบไปสู่การเลิกรา

ก็ตามมาโดยไม่ต้องสงสัย

12.เธอให้อภัยความผิดของแฟนไม่ได้

ต่อจากข้อข้างบนเธอไม่ยอมและไม่มีวันให้อภัยความผิดของแฟนได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยแค่ไหนก็ตาม! แค่เขาลืมล้างจานลืมซักผ้า เธอก็โกรธเป็นฟืน

เป็นไฟเหมือนเขาไปฆ่ าใครตา ย

บางคู่ผู้ชายก็ทำความผิดร้า ยแรงจริงๆ เช่นบังคับเธอให้ออกจากงาน,ตะคอกใส่เธอเสียงดัง

ด้วยคำพูดหย าบคาย,ทำให้เธอ อับอายต่อหน้าสาธารณชน นึกขึ้นมาเมื่อไหร่ก็รับไม่ได้ทุกที

แล้วเธอจะแบกความทรงจำเหล่านี้ไปตลอดชีวิตงั้นหรือ จะมานั่งทบทวน แล้วหาทางออกร่วมกัน

หรือจะแยกทางใครทางมันเธอเป็นคนตัดสินใจเองค่ะ คู่รักที่กำลังอยู่ในสถานะ ‘ห่าง’ .

ต้องมีสัญญาณ บ่งบอกเหมือนในบทความนี้บ้าง ไม่มากก็น้อย

เรามั่นใจ!เพราะแต่ละอาการ เป็นความรู้สึกที่สื่อให้เห็นชัดเจนว่า

‘เธอไม่รักเขาอีกต่อไปแล้ว’โดยแสดงออกมาผ่านพฤติกร รมต่างๆ เช่นไม่เห็นอยู่ในสายตา,

มองเห็นแต่ข้อเสีย,วิพากษ์วิจารณ์ จนเขาเสียความรู้สึก,แค่เห็นหน้าก็หงุดหงิดเป็นต้น

ถ้าเธอเจอสัญญาณเหล่านี้แล้ว มีทางเลือกสองทางคือ กลับมาทบทวนความสัมพันธ์

หรือปล่อยให้หลุดมือไปเลย ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับว่าเธอ แค่อิ่มตัวกับความรักหรือเขา‘ไม่ใช่’อีกต่อไปแล้ว

ลองคิดง่ายๆว่าถ้าเธอต้องอยู่อย่างนี้ไปตลอดชีวิตเธอจะทนทุกข์ทรมานหรือเปล่าถ้าใช่ก็รีบทางใครทางมัน

หาคนใหม่มาทำให้ชีวิตสดใสดีกว่าเพราะคนไม่ใช่ก็คือไม่ใช่ค่ะ

แต่ถ้าคิดอย่างไรก็ยังรักก็รีบฟื้นฟูความสัมพันธ์ให้กลับมามีความสุขไวๆนะคะเป็นกำลังใจให้โชคดีค่ะทุกคน

Load More Related Articles
Load More By admin01 admin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

พฤติกร รม 10 แบบ ของคนที่ดูมีแน้วโน้มว่าฉลาดกว่าคนอื่น มีอนาคตการงานที่ดี

ลึกๆแล้ว เราเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคน มีความฉลาดอยู่ในตนเองแต่บางครั้ง เราก็เอาออกมาใช้ไม่เป็น …