Home ข้อคิด 11 สัญญาณที่เตือนว่า คุณจะได้เลิกกับคนรักเร็วๆนี้

11 สัญญาณที่เตือนว่า คุณจะได้เลิกกับคนรักเร็วๆนี้

1.หงุดหงิดแฟนแม้ในเรื่องเล็กๆน้อยๆ

เมื่อก่อนแฟนทำอะไร ก็ดู‘ดีงาม’ไปซะหมด ท่วงท่าในการเดิน การเขียนหนังสือ

การขยับนิ้วมือ ไปมาของเ ขาแค่เห็นก็ทรมานใจสุดๆ อะไรจะหล่อจะเท่ขนาดนี้

แต่ปัจจุบัน…แค่ได้ยินเสียงลมหายใจ ฟืดฟาดของเขา ก็หงุดหงิดได้อีก

ไปให้พ้นๆสายตาได้ไหม ไม่สิไปให้พ้นจากชีวิตน่าจะดีกว่า (แฟนได้ยินรีบไปผูกคอใต้ต้นถั่วงอกรัวๆ)

แค่เขาเข้ามาอยู่ใกล้ๆ เธอก็แทบจะสะอิดสะเอียน ผดผื่นคัน จนต้องบอกให้เขา

‘ไปให้ไกลๆ’ เป็นไปได้ว่า เธอไม่รู้สึกว่า เขา‘มีเสน่ห์’อีกต่อไปแล้ว

แต่กลายเป็นสิ่งน่ารำคาญอย่างหนึ่ง และนี่แหละจะนำไปสู่การเลิกรา

2.เธอเอาแต่คิดว่า“ถ้าฉันโสดจะเป็นยังไง”

“ถ้าฉันโสด จะเป็นยังไง ฉันจะเรียนได้เกรดดีมากขึ้นไหม ทำงานแล้ว ได้เลื่อนขั้นสูงขึ้นหรือเปล่า

หรืออาจจะมีเวลาทำงานอดิเรก ที่ชอบมากขึ้น อืม…แล้วถ้าฉันเปลี่ยนแฟนล่ะ

จะมีความสุขมากขึ้นหรือเปล่านะ” ถ้าเธอมีความคิดแบบนี้ วนเวียนในสมอง จากนานๆที

กลับบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ แปลว่าเธออย ากมีชีวิตใหม่

และแน่นอนไม่มีแฟนของเธอรวมอยู่ในนั้นด้วยอีกต่อไปแล้ว

3.เริ่มวิพากษ์วิจารณ์หาข้อเสียของแฟนมากขึ้นเรื่อยๆ

เจอแฟนทีไร ขอให้ได้บ่นว่า ขุดคุ้ย วิพากษ์วิจารณ์ ข้อเสียต่างๆนานา ‘เธอน่าจะทำได้ดีกว่านี้’,

‘ทำไมหาเ งินได้แค่นี้เองล่ะ’ อย ากให้เขาหล่อขึ้น มีชื่อเสียงมากขึ้น รวยขึ้น

มีความคิดมากขึ้น เพราะตอนนี้มองยังไงก็ไม่ได้ ดั่งใจเธอสักอย่าง มาตรฐานต่ำกว่าเกณฑ์สุดๆ

ถ้าเธอเป็นแบบนี้ แปลว่า เธอไม่ได้มองเขา ในฐานะ‘คนรัก’แล้ว แต่มองในฐานะ

‘สินค้าที่ต้องปรับปรุง ’ผู้ชายที่โดนพูดกรอกหู ว่าตัวเองต่ำต้อย ซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า

นานวันความอดทน ก็จะหมดลง เขาจะเริ่มไม่พอใจ และหันมาวิจารณ์เธอบ้าง

ในที่สุดก็ทะเลาะและเลิกราค่ะ

4.เธอกับแฟนไม่รู้สึกสนิทกันอีกต่อไปแล้ว

เมื่อแรกคบ ก็ตัวติดกันตลอด ปล่อยมือกันเกินสองนาทีไม่ได้ ต้องจับมือกันเดิน

ไปนั่นนี่ตลอด แต่ตอนนี้ อย่ามาจับนะร้อนเปื้อนเหงื่อ! สำหรับคู่แต่งงาน

ก็ละเลยเรื่องบนเตียงไป โดยปริย าย เพราะรู้สึกกระดากและแปลกๆ

ที่ต้องมาสัมผัสร่างกายกัน ก็แค่หอมแก้ม กอด ยังไม่อย ากทำเลยนี่นา

อาการแบบนี้อธิบายได้สั้นๆว่า “ไม่รู้สึกสนิทสนมด้วยแล้ว”

ไม่มีอารมณ์จะทำอะไรน่ารักมุ้งมิ้งด้วยกันอีกต่อไป แค่จะยื่นมือไปสัมผัสก็รังเกียจ

ถ้าเธอกำลังเจอเหตุการณ์นี้ รีบหาต้นตอ และแก้ไขโดยด่วน ก่อนจะสายเกินไปค่ะ!

5.เริ่มคิดถึง‘การเลิกรา’(หรืออาจวางแผนจะเลิกแล้ว)

‘ห่างกันสักพัก’ อาจช่วยให้ความสัมพันธ์ ที่คลอนแคลนดีขึ้น เพราะได้เวลากลับไป

คิดทบทวนสิ่งที่ผ่าน มาและอาจกลับมาเข้าใจกันอีกครั้ง แต่มันก็คือดาบสองคม

ถ้าไม่กลับมาคืนดี แล้วรักกันมากกว่าเดิม ก็เลิกกันไปเลย ซึ่งคู่รักหลายคู่ ก็ใช้เหตุผลนี้

เป็นการบอกเลิกอย่างเนียนๆ นั่นแหละค่ะ ลองสังเกตตัวเองว่า

เมื่อใช้สถานะ‘ห่าง’กับแฟน แล้วรู้สึกมีความสุข เป็นอิสระมากขึ้นไหม

ถ้าใช่ก็ส่อสัญญาณกลายๆว่า ต่อไปต้องเลิกกันแน่นอน

6.ขุดความผิดของแฟนมาพูดซ้ำๆในการทะเลาะทุกครั้ง

นี่ถือเป็นนิสัยที่ไม่ดีเลย เวลาทะเลาะ ต้องคอยขุดความผิดของแฟน มาพูดซ้ำซาก

บางอย่างจบไปตั้งนานแล้ว แต่ก็ยังไม่ยอมลืม ขอให้ได้พูดได้เถียงแล้วชนะ

เธอก็สะใจแล้ว แต่ไม่สนใจความรู้สึกของฝ่ายตรงข้าม แม้แต่นิดเดียว เธออาจรู้สึกดี

แต่ฝ่ายตรงข้ามจะถูกย้ำเตือนเสมอว่า ไม่ว่าจะขอโทษในความผิด ที่ทำสักแค่ไหน

เธอก็ไม่เคยให้อภัยเขาเลย แสดงถึงนิสัยยึดติด และอาฆ าตมาดร้า ย แน่ล่ะ

ไม่มีใครชอบผู้หญิงแบบนี้หรอก…จุดจบไปสู่การเลิกราก็ตามมาโดยไม่ต้องสงสัย

7.คุยเมื่อไหร่ทะเลาะทุกที

เมื่อก่อนน่ะเหรอ เธออย ากอยู่กับแฟน‘ตลอดเวลา’ 24 ชั่ วโมงยังไง ก็ไอเลิฟยู

ขอตามติดไปทั่วทุก ที่คุยกันได้ทุกเรื่อง คุยจนหลับแล้วตื่นขึ้นมาคุยอีก ก็ไม่เบื่อ

ขอให้ได้อยู่ด้วยกันก็พอแล้ว! แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรจะคุยด้วยสักนิด

ไม่อย ากเล่าอะไรให้ฟังทั้งนั้น แค่ขยับปากยังขี้เกียจเลย! พอเขาอย ากคุย

เธอก็เริ่มหงุดหงิด ถ้าไม่ทำเงียบๆ ก็หาเรื่องพูดให้เขาอารมณ์เสีย ในที่สุดก็ทะเลาะกันจนได้

ถ้าเหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นซ้ำๆ แปลว่าเธอไม่อย ากมีเขาอยู่ ในความสัมพันธ์แล้ว

เตรียมรอวันเลิกได้เลย

8.เถียงกันจากเรื่องเล็กๆจนบานปลาย

มันอาจจะเริ่มจากเรื่องเล็กๆ เช่น ‘วันนี้ใครจะล้างจาน’,‘วันนี้ใครจะจ่ายค่าไอติม’

แต่ไม่มีใครยอมอีกฝ่าย จนบานปลายทะเลาะกันใหญ่โต ลามไปถึง

ลักษณะนิสัยพฤติกร รมไม่ดีที่ผ่ามา ตั้งแต่ชาติที่แล้ว แล้วสรุปด้วยคำว่า

‘เป็นอย่างนี้ไงถึงอย ากเลิก! ’บางคู่อาจเก็บอารมณ์ ถ้าอยู่นอกสถานที่

แต่พออยู่ในบ้านเท่านั้น แหละใส่ไม่ยั้ง! ทั้งตะโกนกรีดร้องเขวี้ยงปาข้าวของ

ร้องไห้เสียงดัง จนข้างบ้านคิดว่ามีการฆ าตกรร ม ตอนนี้การทะเลาะ

ห่างจากประเด็น หลักไปไกลแล้ว ถ้าอย ากให้จบ เธอต้องเลือกระหว่าง‘ขอโทษ’

หรือ‘ทำเงียบแล้วปล่อยไป’ แต่ถ้าอย ากเลิก ก็ทำตรงกันข้ามเท่านั้นเอง!

9.ใช้เวลาห่างกันมากขึ้นเรื่อยๆ

จากที่เคยตัวติดกันเป็นตังเม ก็เริ่มมีปัญหาชีวิต/ภาระหน้าที่/วิถีชีวิตไม่ตรงกัน

ทำให้ใช้เวลาห่างกันบ่อยขึ้นเรื่อยๆ อันที่จริงห่างกันบ้างเป็นเรื่องดี เพราะทำให้

แต่ละฝ่ายได้ใช้ชีวิตของตัวเอง เว้นระยะให้คิดถึงกันบ้าง แต่ถ้าในใจของเธอ

กลับไม่อย ากเห็น อย ากคุยกับแฟน ติดต่อกันนานๆ เป็นไปได้ว่าเธอสบายใจกว่า

ถ้าเขาไม่มายุ่งกับเธอค่ะ! วิธีสังเกตตัวเองง่ายๆ คือถ้าเธอรู้สึกว่า การนัดเจอ นัดเดทกับแฟน

เป็น‘หน้าที่’ที่ต้องทำ ไม่ใช่สิ่งที่ทำตามความรู้สึก หรือหัวใจ แปลว่าเธอกำลังเบื่อ

และอาจไปหาคนใหม่ ที่ตื่นเต้นกว่าได้ทุกเมื่อ ถ้ายังไม่อย ากปล่อยมือแฟน

ก็ต้องจับเข่าคุยกันแล้วล่ะ ว่าสาเหตุที่ทำให้เธอเบื่อคืออะไร แล้วแก้ไขมันซะ!

10.อยู่ห่างแฟนแล้วรู้สึกสบายใจกว่า

เธอเริ่มมีความรู้สึกว่า เธอต้องใส่‘หน้ากาก’ ยิ้มแย้มสดใส ร่าเริงตลอดเวลา

ที่อยู่กับแฟน เพราะต้องคอยซ่อนความรู้สึกจริงๆเอาไว้นั่นเอง

เธอไม่อย ากทะเลาะมีเรื่อง หรือปิดบังความลับบางอย่างไว้

อันที่จริงอยู่กับคนแปลกหน้า อาจสบายใจกว่าด้วยซ้ำ! จำไว้ว่า

อย ากมีเวลาส่วนตัวกับเพื่อน กับอย ากอยู่เป็นโสดนั้นต่างกัน

คนเราต้องมีระยะห่างบ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่ในที่สุด ก็กลับมาหาแฟน

แต่ถ้าอย ากอยู่เป็นโสด คือเธอไม่มีเขาในหัวใจอีกแล้ว อย ากตัดขาดว่าอย่างนั้นเถอะ

ถ้าเริ่มอึดอัด กับสภาพที่เป็นอยู่ แปลว่าเธอไม่อย ากใช้สถานะ ‘แฟน’ กับเขาแล้วล่ะค่ะ

11.คิดถึงแต่ด้านลบของแฟนวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

แทนที่จะคิดถึง อย ากให้เขามาอยู่ด้วย ตอนที่ห่างกัน เธอกลับคิดถึงมุมแย่ๆ แง่ร้ ายแง่ลบ

สิ่งน่ารำคาญทุกเรื่อง ที่แฟนหนุ่มทำ ถ้าเวลาเดียวที่เธอเลิกคิดเรื่องแย่ๆ

คือตอนเ ขาเอาใจเธอแปลว่าเธอเห็นค่าของแฟน แค่ตอนที่เขาทำดีกับเธอแค่นั้นเอง

มีคำห นึ่งกล่าวว่า ‘ถ้าเธออย ากรู้ว่าหัวใจตัวเองอยู่ที่ไหน คนแรกที่เธอนึกถึงก็คนนั้นแหละ’

และถ้าในห้วงคำนึงนั้นไม่มีแฟนหนุ่มของตัวเองอยู่เลย ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่

เธอไม่ได้รักเขาอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ

 

ขอบคุณ sistacafe

Load More Related Articles
Load More By admin01 admin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

พฤติกร รม 10 แบบ ของคนที่ดูมีแน้วโน้มว่าฉลาดกว่าคนอื่น มีอนาคตการงานที่ดี

ลึกๆแล้ว เราเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคน มีความฉลาดอยู่ในตนเองแต่บางครั้ง เราก็เอาออกมาใช้ไม่เป็น …