Home ข้อคิด 10 วิธีช่วยแก้นิสัยการเก็บเงินไม่อยู่ ในยามที่มีเงินแล้วชอบใช้ฟุ่มเฟือย

10 วิธีช่วยแก้นิสัยการเก็บเงินไม่อยู่ ในยามที่มีเงินแล้วชอบใช้ฟุ่มเฟือย

เป็นกันไหมเวลามีเ งินติดตัว แล้วอย า กใช้ตลอด กล้าควักซื้อของราคาแพงๆ

แบบง่ายดาย เรื่องนี้มีงานวิจัย ด้านจิตวิทย าอธิบายไว้ว่า

เพราะการใช้เงิ น ช่วยเพิ่มความสุขได้ จึงไม่แปลก ถ้าเราจะอย ากซื้อนู่นซื้อนี่

เมื่อพกเ งินจำนวนมาก อย่างไรก็ตามแม้การใช้เงิ น จะทำให้มีความสุข

ในช่วงเวลานั้นก็จริง แต่หากใช้มากจนเกินตัว อาจนำมาสู่ความทุกข์ภายหลังได้

เช่นกันวันนี้จึงมีทริกง่ายๆ เอาไว้แก้ปัญหา มีเงิ นติดตัวแล้ว

อย ากใช้ต้องทำอย่างไร ถึงจะออมเงิ นเก็บเงิ นอยู่

1.สร้างเป้าหมายให้ตัวเอง

คนส่วนมาก ที่ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จนไม่มีเ งินเก็บ เหตุผลหนึ่ง

ก็เพราะไม่รู้ว่า จะเก็บเงิ นไปทำไม เพราะฉะนั้น ลองหาเป้าหมาย

ที่ชัดเจนของตัวเองดูว่า เก็บเงิ นเพื่ออะไร เป็นจำนวนเท่าไหร่

ภายในระยะเวลาแค่ไหน เช่น ภายใน 1 ปี จะเก็บเงิ นเรียนต่อ

หรือเก็บเงิ นซื้อบ้าน ในอีก 5 ปีเป็นต้น ทำแบบนี้ จะทำให้เห็นภาพชัดขึ้น

และมีแรงกระตุ้นในการเก็บเงิ น อาจเริ่มด้วยเป้าหมายเล็กๆ

หรือเงิ นจำนวนไม่มากก่อนก็ได้ เมื่อทำสำเร็จ

ค่อยขยับเป้าหมายให้ใหญ่ขึ้นต่อไป

2.เก็บก่อนใช้

ถ้ารู้ตัวว่า เป็นคนที่ควบคุมการใช้เ งินไม่ค่อยได้ เมื่อเ งินเดือนออก

ก็อย่าเพิ่งกดเงิ นมาเข้ากระเป๋าจนหมด เดี๋ยวจะเผลอจ่ายกระจาย

แต่ควรกันเ งินส่วนหนึ่ง เพื่อเป็นเงิ นออมทันที สามารถทำได้ง่ายๆ

ด้วยการเปิดบัญชี สำหรับออมเงิ น แยกมาต่างหาก แล้วสมัครบริการ

โอนเ งินอัตโนมัติ หักจากบัญชี เงิ นเดือน ตามจำนวนที่เราอย ากจะออมเลย

เช่นเดือนละ 2,000 บาท หรือ 10% ของรายได้ โดยควรเลือกบัญชี

ที่ให้ดอ กเบี้ยสูงหน่อย เช่น บัญชีออมทรัพย์ดอ กเบี้ยสูง หรือฝากประจำ

และสำคัญที่สุด ต้องเป็นบัญชีที่ไม่มีบัตรเดบิต ไม่สมัคร Internet Banking ได้ยิ่งดี

จะได้ไม่ต้องเผลอกดเงิ น ออกมาใช้ หรือมือลั่นสั่งสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์

จนหมดเสียก่อน เท่านี้ก็จะช่วยให้การออมเงิ น มีวินัยอย่างสม่ำเสมอแน่นอน

3.เปิดบัญชีร่วม

การเปิดบัญชีร่วมกับคนในครอบครัว ที่ไว้ใจได้หรือสามี-ภรรย า ก็เป็นอีกแนวทาง

ที่ช่วยได้ดีทีเดียว เพราะเวลาจะถอนเงิ นแต่ละครั้ง มักมีขั้นตอน ที่ยุ่ง ย ากพอสมควร

เพราะต้องพากันไปธนาคารทั้งคู่ แล้วเซ็นชื่อยินยอม ทั้ง 2 ฝ่าย นอกจากนี้

เวลาจะถอนเ งินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือย จะได้มีคนคอยช่วยเตือน

เรื่องการใช้เงิ นอีกด้วย

4.เหลือเงิ นไว้น้อยๆในบัญชีที่ใช้ทำธุรกรร มออนไลน์

สมัยนี้คงปฏิเสธ การใช้ Internet Banking ไม่ได้แล้ว

เพราะเป็นช่องทาง ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย

แต่นี่แหละที่ทำให้ การใช้จ่ายเงิ น ทำได้ง่ายเหลือเกิน

เผลอไม่ทันไร ก็กดซื้อของจนเงิ นเกลี้ยงบัญชีแล้ว

ดังนั้นแนะนำว่า สำหรับบัญชีเงิ นฝาก ที่มี Internet Banking

ลองให้เงิ นเหลือติดบัญชีนั้น น้อยๆเข้าไว้ หรือกำหนดไปเลยว่า

เดือนละไม่เกินเท่าไหร่ เพื่อจะได้จำกัด การใช้เ งินไม่ให้หมดไป

กับของฟุ่มเฟือยแบบไม่รู้ตัว

5.อย่าพกเงิ นสดเยอะ

คนที่เก็บเงิ นไม่อยู่ ส่วนมากแล้ว มักจะควบคุมการใช้เ งิน

ในแต่ละวันของตัวเองไม่ได้ เห็นอะไรก็อย ากซื้อ อย ากได้ไปหมด

เคยสังเกตไหมว่าเวลาเรามีแบงก์พัน ติดกระเป๋าทีไร

มักจะหมดเร็วทุกที พอมีเงิ นเยอะแล้ว ทำให้เรากล้าซื้อ

เพราะฉะนั้น วิธีแก้ง่ายๆคือ อย่าพกเงิ นสด ติดกระเป๋าเยอะ

แต่เปลี่ยนมาใช้วิธี กำหนดไปเลยว่า จะใช้เงิ นไม่เกินวันละกี่บาท

ก็พกเท่านั้นพอ ถ้ามีเหตุฉุกเฉิน จำเป็นจริงๆ ค่อยไปกดเ งิน

เอาทีหลัง เท่านี้ปัญหามือเติบ ใช้เงิ นเกินตัว ก็จะค่อยๆหมดไป

6.เก็บเงิ นในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เงิ นสด

หลายคนเห็นเงิ นสด เป็นไม่ได้ เป็นต้องหยิบออกมาใช้ทุกที

เอาเป็นว่า ลองเปลี่ยนไปเก็บเงิ นไว้ ในรูปแบบอื่น ที่ไม่สามารถ

ถอนออกมาใช้ได้ง่ายๆ เช่นเปิดบัญชีเงิ นฝากประจำ หรือซื้อสลาก

ออมทรัพย์ก็นับเป็นอีกทางเลือก ที่น่าสนใจไม่น้อย

7.นำเงิ นไปลงทุน

ลองคิดดูเล่นๆ ถ้าเปลี่ยนเงิ นที่เราใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่ละเดือน

มาลงทุนแทน เมื่อเวลาผ่านไป เ งินจำนวนนั้น จะเติบโตขนาดไหน

ยิ่งปัจจุบันการลงทุน ก็มีหลากหลายรูปแบบให้เลือก ตามความเสี่ยง

ที่รับได้ เช่น กองทุนรวมหุ้นทองคำ อสังหาริมทรัพย์เป็นต้น

ซึ่งแม้ว่าการลงทุน จะมีความเสี่ยงมีโอกาสขาดทุน แต่อย่างน้อย

ก็ยังดีกว่าปล่อยให้หมดไปกับของฟุ่มเฟือย โดยไม่ก่อประโยชน์อะไรเลย

8.เลี่ยงเข้าเว็บไซต์ช้อปปิ้งออนไลน์

ถ้าอย ากเก็บเ งินให้ได้จริงๆ เลี่ยงได้เลี่ยงไปเลย กับเว็บไซต์

ช้อปปิ้งออนไลน์ เพจข ายของ เพจบอกโปรโมชั่น รวมโปรโมชั่นต่างๆ

จะได้ไม่ต้องเห็นสินค้า ล่อตาล่อใจ จนเกิดกิเลส ทำเงิ นหายเกลี้ยง

ในพริบตา เหมือนที่ผ่านมา

9.เปลี่ยนมาซื้อของที่มีมูลค่าเติบโตในอนาคต

ถ้าคิดว่าตัวเอง  ยังติดนิสัย ชอบใช้เงิ น อย ากซื้อของตลอดเวลาอยู่

เอาเป็นว่า แทนที่จะไปซื้อของฟุ่มเฟือย ลองเปลี่ยนมาลงทุน กับสินค้า

แบรนด์เนม หรือของสะสม ที่มีมูลค่าเติบโตต่อได้ ในอนาคตดีกว่าไหม

เช่นกระเป๋า รองเท้า นาฬิกาแบรนด์ดัง หรือของสะสมหาย ากเป็นต้น

เพราะเมื่อเวลาผ่านไป สินค้าเหล่านี้ มักมีมูลค่าที่เพิ่มขึ้น

สามารถนำไปข ายต่อได้ นับเป็นการลงทุน อีกรูปแบบหนึ่ง

ที่น่าสนใจ อย่างไรก็ดี คุณก็ต้องมีความเข้าใจสินค้านั้นๆ

และตลาดให้ดีด้วย เพราะอาจเสี่ยงขาดทุนได้ง่ายๆเช่นกัน

10.หาคนช่วยเก็บ

เก็บเงิ นเองย ากนัก ลองมาทุกวิธีแล้ว ก็ยังไม่สำเร็จสักที

ก็หาคนใกล้ตัว มาช่วยดูแลให้หมดเรื่องไปเลย โดยควรเป็น

คนในครอบครัว เช่น พ่อแม่พี่น้องที่ไว้ใจได้ หรือคู่สามี-ภรรย า

แล้วนำเงิ นไปฝากไว้กับคนนั้น ให้เขาช่วยดูแล เพราะถ้าเก็บไว้กับตัวเอง

รับรองไม่มีเหลือแน่ เท่านี้เราก็จะค่อยๆสามารถควบคุม

การใช้เงิ นให้เริ่มมีเงิ นออมได้แล้ว

ที่มา : money.kapook

Load More Related Articles
Load More By admin01 admin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

5 เหตุผลที่ทำไมพ่อแม่ยุคใหม่ ไม่สอนให้ลูกต้องเรียนเก่งอ ย่ างเดียว

พ่อแม่ทุกคน ก็หวังเล็กๆว่าลูกของเรานั้น จะต้องเป็นเด็กที่สมบูรณ์ และเพรียบพร้อมในทุกๆสิ่ง …