Home ข้อคิด ถึงเงินเดือนจะน้อย หนี้ก็เยอะ แต่ก็สามารถออมเงินได้ ด้วยการคิดแบบนี้

ถึงเงินเดือนจะน้อย หนี้ก็เยอะ แต่ก็สามารถออมเงินได้ ด้วยการคิดแบบนี้

ไม่มีคำว่าสาย สำหรับการทำเรื่องใดๆ ที่ดีกับชีวิตของเรา

โดยเฉพาะเรื่อง การเก็บออมเงิ น ถ้ามีใจรักและคิด ที่จะลงมือทำแล้วนั้น

ไม่ว่าคุณจะเ งินเดือนมากห รือเงิ นเดือนน้อยแค่ไหนก็เก็บเงิ นได้ทั้งนั้น

ทุกอย่างต้องเริ่มที่ใจ หัดให้นิสัยมีวินัย แล้วลงมือทำน้อยมาก

ไม่ใช่ประเด็น การลงมือทำวันนี้เดี๋ยวนี้สิ สำคัญขออย่าคิดติดลบ

ตัดกำลังใจ ตัวเองว่าแหม!!เ งินเดือนก็น้อยหนี้ ก็เยอะ ทำงานทั้งเดือน

แทบไม่พอใช้ ถึงปลายเดือนแล้ว จะเอาที่ไหนมาเก็บ เปลี่ยนความคิดเสียใหม่

อย่าปล่อยให้ อุปสรรคเหล่านี้ มาเป็นตัวขัดขวางความ มั่งคั่งของคุณ

ไม่ต้องกลัวว่าเงิ นเดือนน้อย หนี้เยอะ เพราะทุกปัญหา

มีทางออกเสมอ มาดูวิธีการออมเ งินที่ใครๆก็ทำได้แม้

เ งินเดือนน้อยหนี้เยอะกันดีกว่า

1.เริ่มเก็บเงิ นจากจุดเล็กๆ

ช่วงเริ่มต้น ที่เงิ นเดือน ไม่มาก และยังมี หนี้สินล้นพ้นตัว

อาจจะต้องเริ่มเก็บเงิ น จากสิ่งเล็กๆก่อน เช่น เงิ นเหรียญที่เหลือ

จากค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน หยอดใส่กระปุก ออมสินเอาไว้ ในทุกๆวัน

หรือเก็บเศษของเงิ นเดือน ในแต่ละเดือน เช่น เ งินเดือน 15,650 บาท

ให้เก็บเอาไว้ 650 บาท เป็นต้น เป็นการเริ่มต้นออมเงิ นอย่างง่ายๆ

ที่ไม่ทำให้คุณต้องลำบากมากนัก

2.ปรับตารางการเงิ นเสียใหม่

สำรวจรายรับรายจ่ายในแต่ละเดือน เพื่อให้รู้สถานะทางการเงิ นที่แท้จริง

จะได้วางแผนใช้เงิ น และออมเ งินได้ เหมาะกับตัวเอง เพราะมีหลายคนที่

ออมเงิ นไม่ตรงกับสไตล์ การใช้ชีวิต ทำให้เสียเงิ นไปกับเรื่องไม่จำเป็น

และเป็นหนี้เพิ่มขึ้น เช่น บอกว่าให้ ออมเงิ น 10% ของเงิ นเดือนซึ่งถ้า

หากคุณมีเงิ นเดือนประมาณ 1.5 หมื่นบาท แต่มีหนี้เกินกว่า 40% ของเงิ นเดือนคือ

6,000 บาท เท่ากับเหลือเ งินใช้ 9,000 บาท ซึ่งที่เหลือนี้ คุณต้องจ่าย

ให้กับค่าใช้จ่าย ประจำในแต่ละเดือน อย่างค่าบ้าน 3,000 บาท

ค่าโทรศัพท์ 600 บาท ค่าน้ำค่าไฟ 800 บาท ส่งเ งินให้ครอบครัว

2,000 บาท รวมๆแล้ว คุณเหลือเงิ นใช้ทั้งเดือน เพียง 2,600 บาท

เท่านั้น ซึ่งเมื่อต้องหักเ งินออม 10% ของเงิ นเดือน ก่อนที่จะใช้จ่าย

อย่างอื่นก็เท่ากับ ว่าเงิ นในแต่ละเดือนของคุณ ติดลบและ

ไม่พอใช้แน่นอน และอาจจะตามมาด้วย การเริ่มต้นเป็นหนี้

และคุณภาพชีวิตในแต่ละวัน ก็ไม่ดีด้วย เพราะต้องประหยัด

อย่างถึงที่สุด ดังนั้นตรวจสอบสถานะ ทางการเงิ นของตัวเอง

ก่อนที่จะเริ่มออมเงิ น เพื่อจะได้หาวิธี ที่เหมาะสมที่สุด

กับตัวเอง ค่อยขยับปรับเปลี่ยนแล้วออม ไม่ถึง 10% ในตอนแรก

เมื่อปรับตัวได้ ลดค่าใช้จ่ายตรงอื่น แล้วจึงค่อยเพิ่ม

ปริมาณไปเรื่อยๆ

3.เปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้เงิ น

เมื่อรู้สถานะทางการเงิ นของตัวเองแล้ว ก็สำรวจพฤติก รรม

ของตัวเองด้วย เช่นกันว่า มีอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการ

เก็บเงิ น อย่างเช่น ชอบใช้เงิ นเกินตัว จนเป็นสาเหตุ

ที่ทำให้มีหนี้สิน มีนิสัยชอบสร้างหนี้ ชอบใช้ของเกินฐานะ

และเป็นของที่ไม่จำเป็นซึ่งจะต้อง แก้ไขพฤติกร รมเหล่านี้โดยด่วน

ตัดทอนการใช้จ่ายบางอย่างออกไป

4.แบ่งเ งินใช้ให้พอดีเป็นวันๆ

เช่นวันละ 350 บาท อย่าพกเงิ นติดตัว ทีละเยอะๆ แต่ละวัน

หยิบเ งินมาใช้แค่จำนวนพอดี เพื่อบังคับให้ใช้เงิ นเท่าที่

จำเป็น ในจำนวนเ งินที่มีอยู่ หลายคนเวลาเข้าร้านสะดวกซื้อ

เพราะตั้งใจซื้อของ แค่อย่างเดียว แต่เมื่อเข้าไปในร้านก็อด

ไม่ได้ที่จะหยิบของชิ้นอื่นๆเพิ่ม ดังนั้นหยิบเงิ นไปแค่พอซื้อ

ของที่ต้องการก็พอ

5.จัดการหนี้สินอย่างเป็นระบบ

อุปสรรคที่สำคัญอย่างหนึ่งของความมั่งคั่ง ก็คือหนี้สิน

จึงต้องจัดการกับปัญหา หนี้สินให้เป็นระบบก่อน

กัดฟั นใช้หนี้ จำนวนน้อยๆก่อนจะได้ลดภาระหนี้สิน

ในเดือนต่อๆไป ให้ลดน้อยลง เริ่มจากเมื่อได้เงิ นก้อนใหญ่

อย่างโบนัสหรือ เงิ นจากการทำงานพิเศษ ให้นำมาปิด

หนี้สินที่มียอดน้อยๆก่อน ส่วนหนี้ที่มี ยอดสูงๆ ก็จ่ายเพียงขั้นต่ำไปก่อน

เพื่อ ประคองตัวจากนั้น เมื่อหนี้สินก้อนเล็กๆหมดไป ก็จะทำให้

เหลือเงิ นในแต่ละเดือนเยอะขึ้น และค่อยทยอยจ่าย หนี้ก้อนใหญ่ต่อไป

6.ประหยัดให้มากขึ้น

จากการประหยัด ค่าใช้จ่ายเล็กๆน้อยๆ เช่น ปิดไฟดวงที่ไม่จำเป็น

ประหยัดน้ำเพื่อลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่าน้ำค่าไฟประจำเดือน

ใช้โทรศัพท์แบบเติมเงิ น แทนการใช้รายเดือน

และใช้เท่าที่จำเป็น ซื้อกับข้าวมาทำเองและทำ

อาหารไปกินที่ทำงาน อร่อยแถมยังได้รับประทานอาหาร

ที่มีประโยชน์อีกด้วยเลือกซื้อของลดราคาแต่ต้อง

พิจารณาดูแล้วว่า เป็นของที่จำเป็น ต้องใช้จริงๆ

เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย ในการซื้อของเข้าบ้าน ได้อีกเพียบ

7.หารายได้เพิ่ม

ถ้ารายได้น้อย ไม่ค่อยพอกับค่าใช้จ่าย ต้องหารายได้เสริม

เพื่อให้มีเงิ นมากขึ้น โดยอาจจะเริ่มจาก งานเสริมพาร์ตไทม์

ช่วงเย็น หลังเลิกงานหรือช่วงเสาร์-อาทิตย์ หากมีความรู้พิเศษ

เฉพาะทาง ก็สามารถรับงานฟรีแลนซ์ มาทำได้

เพื่อให้มีเงิ นเพียงพอกับค่าใช้จ่าย เสริมสภาพคล่อง

ในแต่ละเดือนให้มากขึ้น

8.ตั้งเป้าเงิ นออม

สัญญากับตัวเองไว้ว่า ภายใน 1 ปีจะต้อง มีเงิ นเก็บเท่าไหร่

เพื่อที่จะได้มีแรงจูงใจ ในการเก็บเงิ น โดยอาจจะทำเป็นสมุด

จดบันทึก เพื่อให้เห็นพัฒนาการของจำนวนเงิ นเก็บ

ในแต่ละวันหรือแต่ละสัปดาห์ เพิ่มมากขึ้น แค่ไหน

และต้องเก็บเงิ นอีกเท่าไหร่ จึงจะถึงเป้าหมาย

ที่ตั้งเอาไว้ ทำไปเรื่อยๆก็จะติดนิสัยรักการ

ออมได้ในที่สุด

ขอขอบคุณ posttoday

Load More Related Articles
Load More By admin01 admin01
Load More In ข้อคิด

Check Also

พฤติกร รม 10 แบบ ของคนที่ดูมีแน้วโน้มว่าฉลาดกว่าคนอื่น มีอนาคตการงานที่ดี

ลึกๆแล้ว เราเชื่อว่าเพื่อนๆทุกคน มีความฉลาดอยู่ในตนเองแต่บางครั้ง เราก็เอาออกมาใช้ไม่เป็น …